​กรมพัฒน์ผนึก 17 หน่วยงาน ลุยปราบนอมินีถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

img

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าผนึกกำลัง 17 หน่วยงานภาครัฐ บูรณาการการทำงานในการป้องกัน ตรวจสอบ และจัดการปัญหาชาวต่างชาติใช้คนไทยเป็นนอมินีในการถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อจัดการให้สิ้นซาก ป้องกันผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และผู้ประกอบการไทย ตั้งเป้าลุยตรวจสอบนิติบุคคล 21,459 ราย พร้อมเตือนคนที่ร่วมมือ สนับสนุน หากตรวจพบ เล่นงานหนัก

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้จัดการประชุมหารือร่วมกับ 17 หน่วยงานพันธมิตรภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการป้องกัน ตรวจสอบ และแลกเปลี่ยนข้อมูล กรณีชาวต่างชาติใช้คนไทยเป็นนอมินีในการถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ รวมถึงบั่นทอนความเป็นธรรมต่อการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการชาวไทย

โดยการประชุมครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมระหว่างหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านการจดทะเบียนธุรกิจ การถือครองที่ดิน การลงทุนของชาวต่างชาติ การจัดเก็บภาษี การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และการบังคับใช้กฎหมาย โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงข้อมูลและการทำงานเชิงรุกเพื่อตรวจสอบพฤติกรรมการหลีกเลี่ยงกฎหมายของชาวต่างชาติที่อาศัยการใช้นอมินีคนไทยเข้าถือหุ้นหรือถือครองทรัพย์สินแทน ทั้งการลงทุนเชิงพาณิชย์ การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ การทำการเกษตร รวมถึงการถือครองเพื่ออยู่อาศัย หลังจากที่ผ่านมา พบว่า มีการใช้โครงสร้างทางธุรกิจและการถือหุ้นที่ซับซ้อนมาใช้เพื่ออำพรางการเป็นเจ้าของที่แท้จริง ส่งผลให้การบังคับใช้กฎหมายทำได้ยากและเกิดความเสียเปรียบต่อคนไทย
         


นายพูนพงษ์กล่าวว่า นอมินีเป็นปัญหาที่มีความเชื่อมโยงกับกฎหมายหลายฉบับ เช่น พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว กฎหมายที่ดิน กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กฎหมาย DSI รวมถึงกฎหมายด้านภาษี ดังนั้น การแก้ไขปัญหา จึงไม่สามารถดำเนินการโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่จำเป็นต้องมีการบูรณาการความร่วมมือทุกด้านทั้งข้อมูลเชิงลึก ความเชี่ยวชาญ และอำนาจหน้าที่ของทุกภาคส่วน เพื่อปิดช่องโหว่ทางกฎหมายที่มิจฉาชีพมักนำมาใช้ในการกระทำความผิด มีการบังคับใช้กฎหมายแต่ละฉบับของแต่ละหน่วยงานอย่างจริงจังและรวดเร็ว โดยหากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดสูงสุด
         
ทั้งนี้ ที่ประชุมทั้ง 17 หน่วยงาน เห็นพ้องที่จะยกระดับมาตรการตรวจสอบเชิงรุก การใช้เทคโนโลยีและฐานข้อมูลในการติดตามโครงสร้างการถือหุ้นและการถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งขณะนี้มีเป้าหมายตรวจสอบนิติบุคคล 21,459 ราย ตลอดจนการกำหนดกระบวนการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อให้การตรวจสอบมีความรวดเร็ว แม่นยำ และสามารถนำไปสู่การดำเนินคดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจะร่วมกันสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการไทยเกี่ยวกับผลกระทบของการยินยอมให้ใช้ชื่อเป็นนอมินี ซึ่งมีโทษทางกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญา รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของระบบเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศในระยะยาว
         
นอกจากนี้ กรมจะดำเนินการชี้แจงทำความเข้าใจเรื่องกฎหมายอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในไทยอย่างถูกต้อง การกำกับดูแลและป้องกันปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย รวมถึงการอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนต่างชาติ ผ่านสถานทูต หอการค้าต่างประเทศ พันธมิตรด้านกฎหมาย ด้านบัญชี หน่วยงานพันธมิตรต่าง ๆ เพื่อช่วยเป็นกระบอกเสียงในการชี้แจงแก่นักลงทุนของแต่ละประเทศอีกทางหนึ่ง
         


“กรมและหน่วยงานพันธมิตร จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ที่กระทำผิดทุกราย ทั้งชาวต่างชาติหรือคนไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมเดินหน้าปรับปรุงและยกระดับกลไกการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหานอมินีเกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งการหารือกับ 17 หน่วยงานในครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบการป้องกันและตรวจสอบการใช้นอมินีที่เข้มแข็ง โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ อันจะช่วยปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ รักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางธุรกิจ เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต”นายพูนพงษ์กล่าว
         
อย่างไรก็ตาม กรมขอเตือนไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องในการที่เอื้อประโยชน์ให้กับผู้กระทำผิด และขอเน้นย้ำให้คนไทยระมัดระวังไม่ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อให้คนต่างด้าวเหล่านั้นเข้ามาประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย หากตรวจสอบพบการกระทำผิดก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยผู้กระทำผิดจะต้องได้รับโทษ คือ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของบุคคลต่างด้าว พ.ศ.2542 ตามมาตรา 36 กรณีคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนคนต่างด้าวให้กระทำความผิด และมาตรา 37 กรณีคนต่างด้าวที่ประกองธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยหากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลต้องระวางโทษ ปรับรายวัน วันละ 10,000-50,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน
         
สำหรับรายชื่อหน่วยงานที่เข้าร่วมประชุม ได้แก่ 1.สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 2.สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ 3.กรมสรรพากร 4.กรมที่ดิน 5.สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ 6.สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 7.กรมป่าไม้ 8.กรมการจัดหางาน 9.กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 10.กรมพัฒนาที่ดิน 11.กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) 12.กรมโรงงานอุตสาหกรรม 13.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 14.สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) 15.สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ 16.กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร 17.ธนาคารแห่งประเทศไทย

 

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง