DITP ปลื้มดันสินค้าและบริการไทย ผ่าน “มังงะ-กาชาปอง” สุดเวิร์ก ชาวญี่ปุ่นชอบ

img

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำรวจการผลักดันสินค้าและบริการไทย ผ่านสื่อมังงะและตู้กาซาปอง ที่ญี่ปุ่น หลังร่วมมือกับสองบริษัทรายใหญ่ เผยล่าสุดกาชาปองซีรีส์แรกเปิดตัวแล้ว มี 5 รายการวางจำหน่าย ส่วนมังงะ ถ่ายทอดเรื่องราวผ้าไทย ก็ได้ตีพิมพ์แล้ว ได้รับการตอบรับล้นหลาม เตรียมลุยต่อจับมือสตูดิโอแอนิเมชันเก่าแก่สร้างมังงะถ่ายทอดเรื่องราวสินค้าและบริการไทย คาดเปิดตัวต้นปีหน้า
         
น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ติดตามความคืบหน้าความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) กับบริษัท MIARAWASHIYA LLC และบริษัท KENELEPHANT Co., Ltd. เพื่อผลักดันภาพลักษณ์สินค้าและบริการไทยในญี่ปุ่น ผ่านสื่อมังงะและตู้กาชาปอง ณ Daikanyama T-site และสถานีรถไฟชิมบาชิ กรุงโตเกียว หลังจากที่ DITP ได้ร่วมมือกับสองบริษัทดังกล่าว ในการขับเคลื่อน Soft Power ไทยสู่ตลาดญี่ปุ่น เพื่อเพิ่มการรับรู้ สร้างความนิยมสินค้าและบริการไทยในกลุ่มผู้บริโภคญี่ปุ่น และเชื่อมโยงภาพลักษณ์ประเทศไทยกับอุตสาหกรรมคอนเทนต์ยอดนิยมของญี่ปุ่น ทั้งมังงะและกาชาปอง ซึ่งมีมูลค่าตลาดรวมสูงและเข้าถึงผู้บริโภคจำนวนมากทั่วประเทศ
         
สำหรับความร่วมมือกับ KENELEPHANT ผู้ผลิตของเล่นแคปซูลรายใหญ่ของญี่ปุ่น ได้พัฒนาสินค้าขนาดเล็ก (Miniature Mascot) ที่หลากหลายเกี่ยวกับสินค้าและบริการไทย ในรูปแบบ “Thailand Official Gashapon” ซึ่งได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากประเทศไทย โดยกาชาปองซีรีส์แรกเปิดตัวในเดือน พ.ย.2568 ประกอบด้วยสินค้าจำลอง 5 รายการ รวมจำนวนการผลิต 25,000 ชิ้น อาทิ คาแรกเตอร์น้องมะม่วง เบียร์ช้าง เงาะกระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า และรถไฟไทย โดยวางจำหน่ายในร้าน KENELEPHANT ทุกสาขาและร้านกาชาปองทั่วประเทศ เช่น ชิมบาชิ อากิฮาบาร่า อุเอะโนะ โยโกฮาม่า นาโกยา ซัปโปโร เกียวโต รวมถึงสนามบินฮาเนดะ เป็นต้น
         
ทั้งนี้ ตลาดกาชาปองญี่ปุ่นมีมูลค่ากว่า 64,000 ล้านเยน และมีตู้มากกว่า 700,000 ตู้ทั่วประเทศ ทำให้สินค้าไทยมีโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคจำนวนมาก โดยเฉพาะที่สถานีรถไฟชิมบาชิ ซึ่งมีผู้ใช้บริการกว่า 200,000 คนต่อวัน
         


ส่วนความร่วมมือกับ MIARAWASHIYA LLC ซึ่งเป็นบริษัทต้นสังกัดของนักวาดการ์ตูนชื่อดัง Mariko Kobayashi ทีมผู้สร้างได้เดินทางมาเก็บข้อมูลในไทย เพื่อถ่ายทอดเรื่องราว “ผ้าไทย” ภายใต้โครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” อันเป็นพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา มาสร้างเป็นมังงะเผยแพร่ในญี่ปุ่น โดยมีผลงานล่าสุด “Soi Story Mangaka wa Thai no Roji – Soi – wo Yuku” ได้ตีพิมพ์จำนวน 10,000 เล่ม และมียอดจำหน่ายแล้วถึง 7,600 เล่ม วางขายทั่วประเทศญี่ปุ่นและออนไลน์บน Amazon พร้อมทั้งมีรูปแบบดิจิทัลให้บริการ และอยู่ระหว่างเตรียมพิมพ์เพิ่มจากกระแสตอบรับเชิงบวกของผู้อ่านชาวญี่ปุ่นที่สนใจประเทศไทย
         
ขณะเดียวกัน มังงะดังกล่าวยังมียอดอ่านออนไลน์กว่า 90,000 วิว โดยกลุ่มผู้อ่านส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงช่วงอายุ 20–39 ปี สะท้อนว่าคอนเทนต์ไทยสามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่ในญี่ปุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่บัญชี SNS ของ Mariko Kobayashi มียอดผู้ติดตามมากกว่า 33,600 คน และยอด Impression รวมกว่า 7.5 ล้านครั้ง
         
“การนำเสนอเสน่ห์และอัตลักษณ์ของไทยผ่านคอนเทนต์ญี่ปุ่นยอดนิยม ทั้งมังงะและกาชาปอง เป็นกลยุทธ์สำคัญที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคหลากหลายวัย และสร้างความผูกพันระหว่างผู้บริโภคญี่ปุ่นกับสินค้าไทยได้อย่างทั่วถึง ซึ่งความร่วมมือนี้ จะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมไทยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดย DITP เตรียมต่อยอดการทำงานร่วมกับพันธมิตรญี่ปุ่นเพื่อสร้างคอนเทนต์ใหม่ ๆ และขยายตลาดสินค้าและบริการของไทยให้เพิ่มมากขึ้นในอนาคตต่อไป”น.ส.สุนันทากล่าว
         
นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ อัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว กล่าวว่า ความร่วมมือกับบริษัท MIARAWASHIYA LLC ในครั้งนี้ ได้สร้างความสนใจให้กับวงการมังงะญี่ปุ่น และได้สร้างแรงบันดาลใจให้บริษัทอื่น ๆ สร้างคอนเทนต์เกี่ยวกับประเทศไทย โดยล่าสุด สำนักงานกำลังจะต่อยอดสร้างความร่วมมือกับบริษัท Tatsunoko Production Co., Ltd. ซึ่งเป็นหนึ่งในสตูดิโอแอนิเมชันที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 60 ปี ด้วยการทำมังงะถ่ายทอดเรื่องราวสินค้าและบริการไทยเพื่อเจาะกลุ่ม First Jobber (กลุ่มคนที่เพิ่งเริ่มทำงานครั้งแรก) ชาวญี่ปุ่น โดยจะใช้การดึงดาราและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังชาวญี่ปุ่นมาร่วมเป็นตัวละครนำในมังงะชุดนี้ คาดว่าจะเริ่มเปิดตัวได้ภายในช่วงต้นปีหน้านี้ และน่าจะช่วยสร้างกระแสของสินค้าไทยในตลาดญี่ปุ่นได้เป็นอย่างมาก

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง