​“บรรจงจิตต์”ลุยภารกิจขับเคลื่อนการค้า ดัน SMEs ค้าออนไลน์ เจาะตลาดใหม่ รุกธุรกิจบริการ

img

“บรรจงจิตต์”ประกาศเดินหน้าภารกิจขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ ในการจัดงานวันสถาปนา “กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ” ครบรอบ 67 ปี เตรียมลุยส่งเสริม SMEs ค้าขายออนไลน์ รุกเจาะตลาดเป็นรายเมือง หนุนเอกชนลงทุน CLMV ปั้นธุรกิจบริการสร้างรายได้ พร้อมให้ความสำคัญกับการพัฒนา “คน” เพื่อขับเคลื่อนองค์กร 
         
น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยในการปาฐกถาพิเศษในงานวันสถาปนากรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ครบรอบ 67 ปี เมื่อวันที่ 12 มี.ค.2562 ว่า กรมฯ ยังคงเดินหน้าบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาคการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นแรงผลักสำคัญให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวมาโดยตลอด โดยแนวทางการทำงาน จะยึดมั่นที่จะพัฒนา “ผู้ประกอบการ ช่องทางการตลาด ผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการ รวมถึงการให้บริการของกรมฯ” เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการและประชาชนด้านการค้าระหว่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบต่อไป
         
โดยในด้านการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการ จะผลักดันให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (SMEs) มีโอกาสเข้าตลาดการค้าระหว่างประเทศ ทั้งการใช้ช่องทางการค้าออนไลน์ ซึ่งเป็นโอกาสใหม่จากการเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล การพัฒนาผู้ประกอบการท้องถิ่นในต่างจังหวัด การพัฒนาผู้ประกอบการหน้าใหม่ (New Faces) เพื่อช่วยบ่มเพาะและพัฒนาจนสามารถส่งออกได้ ซึ่งสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) จะเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนให้กับผู้ประกอบการทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ผ่านการฝึกอบรมทั้งออฟไลน์และออนไลน์ 
         
ด้านการขยายช่องทางการตลาด ซึ่งกรมฯ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ได้มอบหมายนักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญรับผิดชอบดูแลแต่ละตลาดเป็นพิเศษ ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วโลก อีกทั้งได้เน้นการขยายตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เช่น จีนและอินเดีย โดยจะเจาะลึกเป็นรายเมือง รายมณฑล ซึ่งขณะนี้กรมฯ ได้มีการจัดทำแผนการผลักดันการส่งออกเป็นรายสินค้า เพื่อเจาะแต่ละเมืองเป้าหมายแล้ว ขณะที่ตลาดอาเซียน จะใช้ประโยชน์จากการเป็นประธานอาเซียนในปีนี้ ขับเคลื่อนกิจกรรม ทั้งงานแสดงสินค้าที่จะช่วยสร้างโอกาสในการขายให้กับสินค้าไทย การโปรโมตแบรนด์ไทย การผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยไปลงทุนประกอบธุรกิจในอาเซียน โดยเฉพาะใน CLMV เป็นต้น
         
นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะผลักดันธุรกิจบริการ เพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศ เพราะธุรกิจบริการเป็นธุรกิจสำคัญที่ไทยมีศักยภาพ และที่ผ่านมา มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มดิจิทัลคอนเทนท์ กลุ่มสุขภาพความงามและผู้สูงอายุ กลุ่มธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว กลุ่มโลจิสติกส์ และการจัดงานอีเวนต์ต่างๆ ซึ่งกรมฯ ได้มีแผนงานผลักดันออกสู่ตลาดต่างประเทศ ผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการตลาดรูปแบบต่างๆ แล้ว
         
สำหรับการปรับปรุงงานบริการ กรมฯ จะเดินหน้าปรับขั้นตอนการให้บริการ เน้นอำนวยความสะดวกกับผู้ประกอบการเป็นหลัก และนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์มากขึ้น โดยได้พัฒนาระบบ Big Data /Website/ Application ต่างๆ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการข้อมูล และสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลได้ง่ายขึ้นและตรงตามความต้องการยิ่งขึ้น 
         
ขณะเดียวกัน จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร เพื่อให้เป็นผู้ขับเคลื่อนภารกิจของกรมฯ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยจะมุ่งพัฒนาบุคลกรให้มีความสามารถ ทั้งการมีจิตวิญญาณของผู้ให้การบริการ มีความคล่องตัว ยืดหยุ่นปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้ดี มีไหวพริบแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เน้นการทำงานเชิงรุก เป็นนักการตลาดให้ประเทศ และต้องปฏิบัติตนตามกฎระเบียบ

***ติดตามข่าวสารพาณิชย์แบบฉับไว ส่งตรงถึงมือถือได้ที่ http://line.me/ti/p/%40uld0329i
***ติดตามข่าวสารพาณิชย์ ผ่านทวิตเตอร์ https://twitter.com/CNAOnlineTwit  
 

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง